50 วลีภาษาอังกฤษที่คุณใช้จริงในชีวิตประจำวัน
TABLE OF CONTENTS
หากคุณเข้าใจภาษาอังกฤษพื้นฐานแต่ยังคงรู้สึกติดขัดเมื่อสนทนาจริงๆ วลีที่ใช้ได้จริงมักจะช่วยได้มากกว่าการท่องศัพท์เพิ่มเติม
ผู้เรียนภาษาอังกฤษหลายคนรู้ศัพท์มากมาย แต่การสนทนาในชีวิตประจำวันกลับยากกว่าที่คิด การพูดจริงมักจะมาเป็นชุด เช่น “Could you help me?” หรือ “I should get going.”
เอกสารของ Cambridge เกี่ยวกับ lexical chunks และ คำแนะนำการพูดจาก British Council ชี้ไปในแนวทางเดียวกัน: เรียนรู้วลีที่ใช้บ่อยในบริบท และฝึกพูดออกเสียงจนรู้สึกเป็นธรรมชาติ
บทความนี้เน้นวลีสั้นๆ ที่นำไปใช้ซ้ำได้ในสถานการณ์ทั่วไป เช่น ทักทาย ขอความช่วยเหลือ สั่งอาหาร นัดหมาย หรือจบการสนทนา
ถ้าคุณชอบภาษาอังกฤษที่ใช้งานได้จริงแบบนี้ คุณสามารถดูคู่มือของเราเกี่ยวกับ 100 วลีแชทภาษาอังกฤษ, 100 ประโยคภาษาอังกฤษสำหรับสนทนาในชีวิตประจำวัน, และ 50 วลีภาษาอังกฤษสำหรับการเดินทางที่ใช้จริงในต่างประเทศ

ทำไมภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันยังรู้สึกยาก
ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันรู้สึกยากเพราะการสนทนาเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว คุณมักไม่มีเวลาจะแปลจากภาษาของคุณเองแล้วสร้างประโยคทีละคำ
นั่นคือเหตุผลที่การเรียนรู้แบบวลีได้ผลดีมาก แทนที่จะเรียนรู้คำศัพท์แยก คุณจะได้เรียนรู้รูปแบบเต็มๆ เช่น Are you free later? หรือ Sorry, I didn't catch that.
ภาษาอังกฤษจากตำราเรียนก็มักจะเป็นทางการเกินไปสำหรับชีวิตจริง วลีที่ชัดเจนและใช้บ่อยมักจะมีประโยชน์มากกว่าคำหรือสำนวนที่หายาก
ดังนั้นเป้าหมายของที่นี่จึงเรียบง่าย: เรียนรู้วลีที่สั้น ยืดหยุ่น และใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน
วิธีใช้รายการนี้อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่าพยายามจำทั้ง 50 วลีในครั้งเดียว ให้เรียนรู้ตามสถานการณ์
เรียนรู้แต่ละวลีเป็นกลุ่มคำ เช่น I'm just looking จะพูดได้เป็นธรรมชาติกว่าการจำแต่ละคำแยกกัน
สุดท้าย ให้พูดวลีเหล่านี้ออกเสียง การอัดเสียงตัวเองก็ช่วยได้เช่นกัน
50 วลีภาษาอังกฤษที่คุณจะได้ใช้จริงในชีวิตประจำวัน
ด้านล่างนี้ วลีต่าง ๆ ถูกจัดกลุ่มตามสถานการณ์จริง พร้อมความหมาย วิธีใช้ และตัวอย่างสั้น ๆ สำหรับแต่ละวลี
👋 การทักทายและเริ่มต้นบทสนทนา
วลีเหล่านี้ช่วยให้คุณเริ่มต้นบทสนทนาได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ดูแข็งหรือเตรียมตัวมากเกินไป
1. How’s it going?
ความหมาย: วิธีถามสารทุกข์สุขดิบแบบกันเอง
ใช้เมื่อไหร่: กับเพื่อน เพื่อนร่วมชั้น เพื่อนร่วมงาน หรือคนที่คุณรู้จักดีพอสมควร
ตัวอย่าง: Hey, how's it going?
2. Nice to meet you.
ความหมาย: วลีสุภาพสำหรับการแนะนำตัวครั้งแรก
ใช้เมื่อไหร่: เมื่อพบใครเป็นครั้งแรกในสังคมหรือที่ทำงาน
ตัวอย่าง: Hi, I'm Lina. Nice to meet you.
3. Good to see you.
ความหมาย: วิธีทักทายอย่างเป็นมิตรเมื่อได้เจอใคร
ใช้เมื่อไหร่: เมื่อคุณรู้จักกับคนนั้นอยู่แล้ว
ตัวอย่าง: Good to see you again. It's been a while.
4. How are things?
ความหมาย: วิธีถามสารทุกข์สุขดิบโดยรวมแบบกันเอง
ใช้เมื่อไหร่: สนทนาแบบไม่เป็นทางการกับเพื่อน เพื่อนบ้าน หรือเพื่อนร่วมงาน
ตัวอย่าง: Hey, how are things with you these days?
5. What have you been up to?
ความหมาย: ช่วงนี้คุณทำอะไรอยู่บ้าง
ใช้เมื่อไหร่: เวลาคุยอัปเดตชีวิตกับคนรู้จัก
ตัวอย่าง: You've been quiet lately. What have you been up to?
6. How have you been?
ความหมาย: ถามสารทุกข์สุขดิบแบบอบอุ่น มักใช้หลังจากไม่ได้เจอกันสักพัก
ใช้เมื่อไหร่: เวลาติดต่อกับเพื่อน ญาติ หรือเพื่อนร่วมงานเก่า
ตัวอย่าง: How have you been since you moved?
💬 การคุยสัพเพเหระในชีวิตประจำวัน
การพูดคุยเล็กๆ น้อยๆ ช่วยให้ผู้คนรู้สึกสบายใจและทำให้บทสนทนาดำเนินต่อไปได้
7. วันนี้เป็นยังไงบ้าง?
ความหมาย: วิธีง่ายๆ ในการถามถึงวันของใครสักคน
ใช้เมื่อไหร่: กับเพื่อน ครอบครัว รูมเมท หรือคนรัก
ตัวอย่าง: วันนี้ที่ทำงานเป็นยังไงบ้าง?
8. สุดสัปดาห์นี้มีแผนอะไรไหม?
ความหมาย: ถามว่าอีกฝ่ายมีแผนจะทำอะไรเร็วๆ นี้หรือเปล่า
ใช้เมื่อไหร่: ในการสนทนาแบบสบายๆ โดยเฉพาะวันพฤหัสบดีหรือศุกร์
ตัวอย่าง: สุดสัปดาห์นี้มีแผนอะไรไหม หรือว่าจะพักผ่อนเฉยๆ?
9. ก็ไม่เลวนะ
ความหมาย: ทุกอย่างโอเคหรือค่อนข้างดี
ใช้เมื่อไหร่: เป็นคำตอบแบบสบายๆ เวลามีคนถามว่า “เป็นยังไงบ้าง?” หรือคำถามคล้ายๆ กัน
ตัวอย่าง: ทุกอย่างเป็นยังไงบ้าง? ก็ไม่เลวนะ ขอบคุณ
10. ฉันก็เหมือนกัน
ความหมาย: ฉันรู้สึกเหมือนกัน หรือมีประสบการณ์เหมือนกัน
ใช้เมื่อไหร่: เวลาตอบรับแบบไม่เป็นทางการ
ตัวอย่าง: วันนี้เหนื่อยจัง ฉันก็เหมือนกัน
11. ฟังดูดีนะ
ความหมาย: การตอบรับอย่างเป็นมิตรต่อแผนหรือเรื่องราวของอีกฝ่าย
ใช้เมื่อไหร่: ในการสนทนาประจำวัน เมื่อมีคนแบ่งปันข่าวดีหรือกิจกรรมที่น่าสนใจ
ตัวอย่าง: คืนนี้เราจะไปทานข้าวข้างนอก ฟังดูดีนะ
12. จริงเหรอ?
ความหมาย: การตอบสนองอย่างรวดเร็วเพื่อแสดงความสนใจหรือประหลาดใจ
ใช้เมื่อไหร่: ในการสนทนาแบบไม่เป็นทางการ น้ำเสียงสำคัญ
ตัวอย่าง: ได้ตั๋วมาแล้วเหรอ? จริงเหรอ? เยี่ยมเลย
13. โอเคเลย
ความหมาย: วิธีธรรมชาติในการตอบตกลงกับแผนหรือข้อเสนอ
ใช้เมื่อไหร่: ในการสนทนาทั่วไปทั้งเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว
ตัวอย่าง: เจอกันที่คาเฟ่หกโมง โอเคเลย
🧭 การขอความช่วยเหลือหรือข้อมูล
หมวดนี้ครอบคลุมการขอคำชี้แจง เส้นทาง และความช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ
14. คุณช่วยฉันหน่อยได้ไหม?
ความหมาย: การขอความช่วยเหลืออย่างสุภาพ
ใช้เมื่อไหร่: ในร้านค้า สำนักงาน โรงเรียน หรือการติดต่อประจำวัน
ตัวอย่าง: ขอโทษค่ะ/ครับ คุณช่วยฉันสักครู่ได้ไหม?
15. คุณช่วยแสดงให้ฉันดูได้ไหม?
ความหมาย: กรุณาสาธิตหรือชี้ให้ฉันดู
ใช้เมื่อไหร่: เมื่อต้องการคำแนะนำเชิงปฏิบัติ
ตัวอย่าง: คุณช่วยแสดงให้ฉันดูหน่อยได้ไหมว่าเครื่องนี้ทำงานอย่างไร
16. คุณรู้ไหมว่า … อยู่ที่ไหน
ความหมาย: ถามหาข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่
ใช้เมื่อไหร่: เมื่อต้องการถามทาง
ตัวอย่าง: คุณรู้ไหมว่าร้านขายยาที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่ไหน
17. ฉันกำลังมองหา …
ความหมาย: ฉันต้องการหาบางสิ่งหรือบางคน
ใช้เมื่อไหร่: ในร้านค้า อาคาร สถานี หรือสถานที่สาธารณะ
ตัวอย่าง: สวัสดีค่ะ/ครับ ฉันกำลังมองหาจุดบริการลูกค้า
18. นั่นหมายความว่าอะไร
ความหมาย: ถามความหมายของคำ วลี หรือประโยค
ใช้เมื่อไหร่: เมื่อคุณไม่เข้าใจบางอย่าง
ตัวอย่าง: ขอโทษค่ะ/ครับ นั่นหมายความว่าอะไรแน่ๆ
19. คุณช่วยพูดอีกครั้งได้ไหม
ความหมาย: กรุณาพูดซ้ำอีกครั้ง
ใช้เมื่อไหร่: ถ้าคุณฟังไม่ทันบางส่วน
ตัวอย่าง: คุณช่วยพูดอีกครั้งได้ไหม ฉันฟังส่วนสุดท้ายไม่ทัน
20. คุณช่วยพูดช้าลงหน่อยได้ไหม
ความหมาย: ขอร้องให้พูดช้าลงอย่างสุภาพ
ใช้เมื่อไหร่: เมื่ออีกฝ่ายพูดเร็วเกินไปสำหรับคุณ
ตัวอย่าง: ขอโทษค่ะ/ครับ คุณช่วยพูดช้าลงหน่อยได้ไหม
คำแนะนำไวยากรณ์จาก British Council ระบุว่า Could you ...? และ Would you ...? เป็นรูปแบบที่สุภาพกว่าการใช้แบบตรงๆ เช่น Can you ...? ดังนั้นถ้าไม่แน่ใจ ควรเลือกใช้รูปแบบที่สุภาพกว่า
🛍️ การช้อปปิ้ง การสั่งซื้อ และการชำระเงิน
วลีเหล่านี้เหมาะสำหรับการทำธุระ ร้านกาแฟ และการซื้อของในชีวิตประจำวัน

21. อันนี้ราคาเท่าไหร่
ความหมาย: ถามราคาสินค้า
ใช้เมื่อไหร่: ขณะซื้อของในร้านค้า ตลาด หรือร้านเล็กๆ
ตัวอย่าง: เสื้อตัวนี้ราคาเท่าไหร่
22. แค่ดูเฉยๆ ค่ะ/ครับ
ความหมาย: กำลังเดินดูของ ยังไม่ต้องการความช่วยเหลือ
ใช้เมื่อไหร่: เมื่อพนักงานในร้านถามว่าต้องการอะไรไหม
ตัวอย่าง: ขอบคุณค่ะ/ครับ แค่ดูเฉยๆ ก่อน
23. ขอ…ได้ไหม?
ความหมาย: วิธีพูดขอหรือสั่งอะไรบางอย่างที่ใช้บ่อย
ใช้เมื่อไหร่: ที่ร้านกาแฟ ร้านอาหาร หรือเคาน์เตอร์สั่งอาหาร
ตัวอย่าง: ขอไอซ์คอฟฟี่แก้วใหญ่หนึ่งแก้วค่ะ/ครับ
24. เอาอันนี้ค่ะ/ครับ
ความหมาย: เลือกสิ่งนี้
ใช้เมื่อไหร่: เวลาสั่งอาหารหรือเลือกของ
ตัวอย่าง: เอาอันนี้ค่ะ/ครับ
25. มีไซส์เล็กกว่านี้ไหม?
ความหมาย: ถามว่ามีขนาดอื่นไหม
ใช้เมื่อไหร่: เวลาซื้อเสื้อผ้าหรือรองเท้า
ตัวอย่าง: มีไซส์เล็กกว่านี้สีดำไหมคะ/ครับ?
26. จ่ายด้วยบัตรได้ไหม?
ความหมาย: ถามว่ารับบัตรเครดิต/เดบิตไหม
ใช้เมื่อไหร่: ที่ร้านค้า ร้านกาแฟ แท็กซี่ หรือเคาน์เตอร์ขายตั๋ว
ตัวอย่าง: จ่ายด้วยบัตรได้ไหม หรือรับแต่เงินสดคะ/ครับ?
📅 การนัดหมายและจัดการเรื่องในชีวิตประจำวัน
ใช้ประโยคเหล่านี้เมื่อต้องการนัดหมาย ยืนยัน หรือเปลี่ยนแผนอย่างสุภาพ
27. ว่างไหมตอนหลัง?
ความหมาย: คุณสะดวกไหมในช่วงหลัง
ใช้เมื่อไหร่: นัดเพื่อนหรือเพื่อนร่วมงานแบบไม่เป็นทางการ
ตัวอย่าง: ว่างไหมตอนหลัง ไปกินกาแฟกันไหม
28. เวลาไหนสะดวก?
ความหมาย: ถามว่าเวลาไหนเหมาะสม
ใช้เมื่อไหร่: นัดประชุม โทรศัพท์ หรือไปเยี่ยม
ตัวอย่าง: พรุ่งนี้เวลาไหนสะดวกคะ/ครับ?
29. เจอกันที่…
ความหมาย: เสนอเวลาและสถานที่นัดพบ
ใช้เมื่อไหร่: ยืนยันการนัดหมายหรือแผน
ตัวอย่าง: เจอกันที่สถานีหกโมงเย็นนะ
30. เวลานั้นได้ค่ะ/ครับ
ความหมาย: เวลาหรือแผนนั้นโอเคสำหรับฉัน
ใช้เมื่อไหร่: ตอบรับข้อเสนอ
ตัวอย่าง: หนึ่งทุ่มเหรอ ได้ค่ะ/ครับ
31. ขอเป็นวันอื่นได้ไหม?
ความหมาย: ขอเปลี่ยนวันนัด
ใช้เมื่อไหร่: เมื่อคุณไม่สามารถทำตามแผนเดิมได้
ตัวอย่าง: ฉันติดงานอยู่ ขอเลื่อนไปวันอื่นได้ไหม?
32. เดี๋ยวฉันแจ้งให้ทราบ
ความหมาย: ฉันจะบอกคุณภายหลังเมื่อมีข้อมูลมากกว่านี้
ใช้เมื่อไหร่: เมื่อคุณยังไม่สามารถยืนยันได้ทันที
ตัวอย่าง: ฉันยังไม่แน่ใจเรื่องวันศุกร์ เดี๋ยวฉันแจ้งให้ทราบ
🔄 การรับมือกับความเข้าใจผิด
แม้แต่ผู้เรียนที่เก่งก็ต้องใช้วลีแก้ไขเหล่านี้ พวกมันช่วยให้บทสนทนาดำเนินต่อไปได้เมื่อเกิดปัญหา
33. ขอโทษค่ะ/ครับ ฉันฟังไม่ทัน
ความหมาย: ฉันไม่ได้ยินหรือไม่เข้าใจสิ่งที่คุณพูด
ใช้เมื่อไหร่: ในที่เสียงดังหรือบทสนทนาที่เร็ว
ตัวอย่าง: ขอโทษค่ะ/ครับ ฉันฟังไม่ทัน คุณช่วยพูดซ้ำได้ไหม?
34. หมายความว่าอะไร?
ความหมาย: ขอให้คุณอธิบายให้ชัดเจนขึ้น
ใช้เมื่อไหร่: เมื่อคุณเข้าใจคำพูดแต่ไม่เข้าใจความหมายที่ต้องการสื่อ
ตัวอย่าง: หมายความว่าอะไรที่ว่า "ดูแลเรื่องนี้"?
35. ขอคิดก่อน
ความหมาย: ฉันต้องใช้เวลาสักครู่เพื่อคิดคำตอบ
ใช้เมื่อไหร่: เมื่อคุณต้องใช้เวลาคิดก่อนตอบ
ตัวอย่าง: ขอคิดก่อน ฉันอาจว่างวันอังคาร
36. ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น
ความหมาย: คุณเข้าใจผิดในสิ่งที่ฉันหมายถึง
ใช้เมื่อไหร่: เพื่อแก้ไขความเข้าใจผิดอย่างสุภาพ
ตัวอย่าง: ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น ฉันพูดถึงสัปดาห์หน้า
37. ขออธิบายอีกแบบ
ความหมาย: ฉันจะอธิบายใหม่ในรูปแบบที่ต่างออกไป
ใช้เมื่อไหร่: เมื่อคำอธิบายแรกไม่ชัดเจน
ตัวอย่าง: ขออธิบายอีกแบบ ฉันหมายถึงตัวเลือกที่ถูกกว่าน่าจะดีกว่าตอนนี้
38. ตอนนี้เข้าใจแล้ว
ความหมาย: ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้ว
ใช้เมื่อไหร่: หลังจากที่มีคนอธิบายจนเข้าใจ
ตัวอย่าง: อ๋อ ตอนนี้เข้าใจแล้ว ขอบคุณที่อธิบาย
บันทึกของ Cambridge Dictionary เกี่ยวกับ chunks แสดงให้เห็นว่าการสนทนาในชีวิตประจำวันนั้นขึ้นอยู่กับวลีเชื่อมโยงและตรวจสอบเหล่านี้มากแค่ไหน
🙏 การมีมารยาทในชีวิตประจำวัน
การมีมารยาทเป็นวิธีที่รวดเร็วที่สุดวิธีหนึ่งที่จะทำให้คุณฟังดูเป็นธรรมชาติและมั่นใจมากขึ้น
39. ขอบคุณมากนะ ฉันซาบซึ้งจริงๆ
ความหมาย: วิธีขอบคุณที่อบอุ่นและจริงใจ
ใช้เมื่อไหร่: เมื่อมีคนช่วยเหลือคุณหรือทำอะไรให้คุณเป็นพิเศษ
ตัวอย่าง: ขอบคุณมากนะ ฉันซาบซึ้งจริงๆ
40. ขอโทษด้วยนะ
ความหมาย: การขอโทษแบบไม่เป็นทางการ
ใช้เมื่อไหร่: สำหรับความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ หรือสร้างความไม่สะดวกเล็กน้อย
ตัวอย่าง: ขอโทษด้วยนะ ฉันส่งไฟล์ผิดไป
41. ขอโทษนะคะ/ครับ
ความหมาย: วิธีสุภาพในการขอความสนใจ ขอทาง หรือเริ่มขอร้อง
ใช้เมื่อไหร่: ในที่สาธารณะ ร้านค้า หรือสถานการณ์ในชีวิตประจำวัน
ตัวอย่าง: ขอโทษนะคะ ที่นั่งนี้มีคนนั่งหรือยังคะ?
42. คุณจะรังเกียจไหมถ้า…?
ความหมาย: วิธีสุภาพในการถามว่าทำสิ่งนี้ได้ไหม
ใช้เมื่อไหร่: เมื่อขอร้องบางอย่างที่อาจกระทบกับอีกฝ่าย
ตัวอย่าง: คุณจะรังเกียจไหมถ้าฉันเปิดหน้าต่าง?
43. เชิญเลย
ความหมาย: วิธีสุภาพในการอนุญาตหรือเชิญให้ใครบางคนทำต่อ
ใช้เมื่อไหร่: ในสถานการณ์ทั่วไปที่มีคนรอการอนุมัติจากคุณ
ตัวอย่าง: ถ้าคุณพร้อมแล้ว เชิญเลย
44. ไม่เป็นไร
ความหมาย: ไม่เป็นไร ไม่ต้องกังวล
ใช้เมื่อไหร่: ตอบรับคำขอบคุณหรือคำขอโทษ
ตัวอย่าง: ขอบคุณที่รอนะ ไม่เป็นไร
👋 การจบบทสนทนาอย่างเป็นธรรมชาติ
ผู้เรียนหลายคนรู้วิธีเริ่มบทสนทนา แต่ไม่รู้วิธีจบบทสนทนา วลีเหล่านี้จะช่วยให้คุณจบบทสนทนาได้อย่างราบรื่น

45. ฉันคงต้องไปแล้ว
ความหมาย: ฉันต้องไปตอนนี้
ใช้เมื่อไหร่: เมื่อต้องการจบบทสนทนาอย่างสุภาพ
ตัวอย่าง: ฉันคงต้องไปแล้ว แต่ดีใจที่ได้เจอกันนะ
46. ไว้คุยกันใหม่นะ
ความหมาย: เดี๋ยวเราจะคุยกันอีก
ใช้เมื่อไหร่: ลากันแบบไม่เป็นทางการ ไม่ว่าจะเจอกันหรือคุยผ่านข้อความ
ตัวอย่าง: ไว้คุยกันใหม่นะ
47. แล้วเจอกันเร็วๆ นี้
ความหมาย: คำอำลาแบบเป็นมิตร เมื่อคาดว่าจะได้พบกันอีกในเร็ว ๆ นี้
ใช้เมื่อไหร่: กับเพื่อน เพื่อนร่วมชั้น เพื่อนบ้าน หรือเพื่อนร่วมงาน
ตัวอย่าง: See you soon.
48. Take care.
ความหมาย: คำอำลาแบบอบอุ่นและเป็นมิตร
ใช้เมื่อไหร่: กับเพื่อน เพื่อนร่วมงาน เพื่อนบ้าน หรือครอบครัว
ตัวอย่าง: Take care and get home safe.
49. It was nice talking to you.
ความหมาย: วลีสุภาพสำหรับปิดท้ายบทสนทนา
ใช้เมื่อไหร่: ในสถานการณ์ที่ไม่เป็นทางการหรือกึ่งทางการ
ตัวอย่าง: It was nice talking to you.
50. Have a nice day.
ความหมาย: วิธีจบการสนทนาอย่างสุภาพที่เข้าใจได้ทั่วไป
ใช้เมื่อไหร่: ร้านค้า คาเฟ่ สำนักงาน และการติดต่อประจำวัน
ตัวอย่าง: Thanks for your help. Have a nice day.
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อใช้วลีในชีวิตประจำวัน
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือการแปลตรงจากภาษาของตัวเอง ประโยคอาจเข้าใจได้ในภาษาอังกฤษแต่ฟังดูแปลก เพราะเจ้าของภาษามักใช้วลีสำเร็จรูปแทน ตัวอย่างเช่น ผู้เรียนบางคนอาจพูดว่า “I wait your reply” หรือ “I make a photo” แทนที่จะพูดว่า I'll wait for your reply และ take a photo
อีกข้อผิดพลาดหนึ่งคือการใช้วลีที่ไม่เป็นทางการมากเกินไปในสถานการณ์ที่ไม่เหมาะสม เช่น What's up?, How's it going? และ No way มีประโยชน์แต่เหมาะกับเพื่อนหรือสถานการณ์ไม่เป็นทางการมากกว่าการสัมภาษณ์งานหรือการร้องเรียนอย่างจริงจังที่ธนาคาร
ในทางกลับกัน ก็มีปัญหาตรงข้าม คือฟังดูเป็นทางการเกินไป หากเริ่มต้นทุกบทสนทนาด้วยวลีอย่าง How do you do? อาจฟังดูห่างเหินในชีวิตประจำวัน
เป้าหมายไม่ใช่การสะสมวลี แต่คือการมีวลีที่ใช้ได้จริงติดตัวไว้ไม่กี่ประโยค
วิธีจำวลีเหล่านี้ให้เร็วขึ้น
วิธีที่ง่ายที่สุดคือจัดกลุ่มวลีเป็นสถานการณ์ย่อย ๆ เช่น ในร้านกาแฟ ให้ฝึกใช้ Can I get ...?, I'll have this one และ Can I pay by card? พร้อมกัน
อีกวิธีที่ได้ผลดีคือการจดสมุดวลีส่วนตัว เขียนแต่ละวลีพร้อมตัวอย่างสั้น ๆ จากชีวิตจริงของคุณเอง
การฝึกพูดก็สำคัญเช่นกัน คำแนะนำของ British Council เรื่องการฟังและพูด แนะนำให้พูดกับตัวเอง ลองพูดวลีใหม่ ๆ ออกเสียง และอัดเสียงตัวเอง
คุณยังสามารถเปรียบเทียบการใช้ถ้อยคำที่เป็นธรรมชาติกับเครื่องมือภาษา แทนที่จะลองแปลทีละคำ หากคุณอยากตรวจสอบว่าประโยคในชีวิตประจำวันฟังดูเป็นภาษาอังกฤษอย่างไร OpenL สามารถช่วยได้
ข้อคิดส่งท้าย
ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันไม่จำเป็นต้องใช้คำศัพท์หรูหรา สิ่งสำคัญคือมีวลีสั้น ๆ ที่เหมาะสมพร้อมใช้ในเวลาที่เหมาะสม
เริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ เลือกหมวดหมู่หนึ่ง แล้วฝึกห้าวลีจนรู้สึกว่าใช้ได้คล่อง
หากอยากเริ่มง่าย ๆ ให้เลือกสามวลีจากรายการนี้ แล้วลองใช้แต่ละวลีอย่างน้อยหนึ่งครั้งในวันนี้

